รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์.
[๔๓๕] จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นและมนายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขายตนะย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส แต่จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.
[๔๓๖] จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้น แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดอยู่ แต่ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จักขายตนะ ย่อมไม่เกิดขึ้นและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพาน อยู่ในชั้นสุทธาวาส.
หรือว่า ธัมมายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จักขายตนะย่อมไม่ เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.