บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และกามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ แต่จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น คือ ในอปริยาปันนธรรม.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.
[๑๔๗๑] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัย จากที่นั้น?