หรือว่า บุคคลใดจักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้ทุกขสัจ
หามิได้.
บุคคลใดย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นจักไม่ละสมุทยสัจหรือ?
ชนเหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ชนเหล่านั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ แต่จักไม่ละ สมุทยสัจก็หาไม่ พระอรหันต์และปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค พระอรหันต์และปุถุชน เหล่านั้น ย่อมไม่กำหนดผู้ผู้ทุกขสัจด้วย จักไม่ละสมุทยสัจด้วย.
หรือว่า บุคคลใดจักไม่ละสมุทยสัจ บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค จักไม่ละสมุทยสัจ แต่ย่อมไม่กำหนดรู้ ทุกขสัจก็หาไม่ พระอรหันต์และปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค พระอรหันต์และปุถุชน เหล่านั้น จักไม่ละสมุทยสัจด้วย ย่อมไม่กำหนดรู้ทุกขสัจด้วย.
[๑๐๒๒] บุคคลใดได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ บุคคลนั้นจักละสมุทยสัจ หรือ?
หามิได้.
หรือว่า บุคคลใดจักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ
หามิได้.
บุคคลใดไม่กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ บุคคลนั้นจักไม่ละซึ่งสมุทยสัจ หรือ?
ชนเหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ชนเหล่านั้นไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ แต่จักไม่ละ ซึ่งสมุทยสัจก็หาไม่ ท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะ ซึ่งมรรค ท่านผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคและปุถุชนเหล่านั้น ไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่ง ทุกขสัจด้วย จักไม่ละซึ่งสมุทยสัจด้วย.
หรือว่า บุคคลใดจักไม่ละซึ่งสมุทยสัจ บุคคลนั้นไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจ?
พระอรหันต์จักไม่ละสมุทยสัจ แต่ไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่งทุกขสัจก็หาไม่ ท่านผู้มีความ พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคและปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ท่านผู้มีความพร้อม เพรียงด้วยอรหัตมรรคและปุถุชนเหล่านั้น จักไม่ละสมุทยสัจด้วย ไม่ได้กำหนดรู้แล้วซึ่ง ทุกขสัจด้วย