หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป.
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ และของสัตว์ซึ่ง เข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
[๖๓๖] จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ สัตว์นั้นจักไม่ดับไปหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป.
ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิจักไม่ดับไป แต่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพาน อยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
[๖๓๗] ฆานายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นจักไม่ดับไป หรือ?
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีฆานะที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และจักขายตนะ ก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป.
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ และของสัตว์ซึ่งเข้าถึง อรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็น ปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และฆานายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.