หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป กายสังขารของสัตว์นั้นในภูมิ นั้น จักดับไป.
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่ง ปัจฉิมจิต ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ จักดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้ จักดับไป และกายสังขารก็จักดับไป.
[๑๑๓๓] วจีสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไป.
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก
ไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน จักดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ นอกนี้ จักดับไป และวจีสังขารก็จักดับไป.
[๑๑๓๔] กายสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต ผู้เกิด กามาวจรภูมิ ที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิแล้ว จักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ ดับไปแต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ใน ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก และไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด จักไม่ ดับไป และวจีสังขารก็ จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป.
ถูกแล้ว.