[๑๔๖๒] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคา นุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย?
บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย แต่ จะไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้ กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง ด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และจะไม่กำหนดรู้ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย.
[๑๔๖๓] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย?
บุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ ภวราคานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยก็หาไม่ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง ด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และ ภวราคานุสัย แต่จะไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยก็หาไม่ บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัย.
[๑๔๖๔] บุคคลไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่ใด ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย จากที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา แต่จะไม่กำหนดรู้ ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลย่อมไม่กำหนดรู้กามราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม.