ถูกแล้ว.
[๑๑๖๘] วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่ง จิต เว้นวิตกและวิจาร ย่อมไม่ดับไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไป ก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มี วิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต อันมีวิตกและมีวิจาร จักไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของ สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
[๑๑๖๙] กายสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว วจีสังขารของสัตว์นั้น จักดับไป หรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มี ความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและ ไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด เคยดับไปแล้ว แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นจักดับไป ก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และวจีสังขารก็จักดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ฯลฯ?
ถูกแล้ว
[๑๑๗๐] กายสังขารของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว จิตตสังขารของสัตว์นั้น จัก ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต เคยดับไปแล้ว แต่จิตตสังขาร ของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์ทั้งหลาย นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และ จิตตสังขารก็จักดับไป.