[๑๐๖๕] กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ที่จักมี ปัจฉิมจิต เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขาร ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน ผู้เกิด ในกามาวจรภูมิ นอกนี้.
[๑๐๖๖] วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน แต่วจีสังขารจัก เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้นและวจีสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดใน อรูปาวจรภูมิ นอกนี้.
[๑๐๖๗] กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้เกิดในกามาวจรภูมิที่จักมีปัจฉิมจิตเกิดขึ้น ใน ลำดับแห่งจิตใด ผู้เป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ และผู้เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารจักไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย ปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด.