ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรคของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งตัณหา ย่อมดับไป และมัคคสัจก็จักดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดจักดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่ง อรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์ เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา ในเมื่อตัณหาวิปปยุตตจิตเป็นไป อยู่ ของผู้เข้านิโรธ ของอสัญญสัตว์ทั้งหลาย จักดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น ย่อม ดับไปก็หาไม่ สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่ง ตัณหา จักดับไป และสมุทยสัจก็ย่อมดับไป.
[๙๕๙] ทุกขสัจในภูมิใดย่อมดับไป ฯลฯ.
[๙๖๐] ทุกขสัจของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค ของพระอรหันต์ ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของ สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ของสัตว์ที่กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมดับไป แต่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ จากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ นอกนี้ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป และสมุทยสัจก็จักดับไป.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมดับไป?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ใน อุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในภังคขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไป แต่ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล จักดับไป และทุกขสัจก็ย่อมดับไป.