หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว.
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะ ก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
[๖๗๙] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์ นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของ สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และมนายตนะก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว.
มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
[๖๘๐] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของสัตว์ นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป.