บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละอวิชชานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละอวิชชานุสัย ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยา ปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย และไม่ละกามราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลาย ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละอวิชชานุสัย และ ไม่ละกามราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
[๑๔๑๐] บุคคลใด ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละปฏิฆานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ละมานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละปฏิฆานุสัย ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ ละปฏิฆานุสัย และไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความ พร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย และไม่ละมานานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่ละมานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่ละมานานุสัย ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคล ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละมานานุสัย ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละมานานุสัย และไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่ละมานานุสัย และไม่ละปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
บุคคลใด ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?