[๖๐๔] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่ กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไป แล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และฆานายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์ นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป.
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากรูปาวจรภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
[๖๐๕] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้น สุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และรูปายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป.
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ไม่เคย ดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของ สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
[๖๐๖] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?