หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในปัญจ โวการภูมิ แต่รูปายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่ เกิดขึ้น และรูปายตนะก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ.
[๕๒๐] มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และ ธัมมายตนะก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส.
หรือว่า ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มนายตนะไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่มนายตนะ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ ธัมมายตนะจักไม่เกิดขึ้น และมนายตนะก็ ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส.
อุปาทวาร จบ.
นิโรธวาร
[๕๒๑] จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป โสตายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ไม่มีโสตะ ที่กำลังจุติอยู่ย่อมดับไป และ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีจักขุ มีโสตะ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมดับไป และโสตายตนะก็ย่อมดับไป.
หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดย่อมดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมดับไป.