เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะเสียแล้ว กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นทั้งหมด คือ ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งอวิตักกอวิจารจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แก่ อสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
คำว่า ยสฺส ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ ก็ดี พึงให้พิสดารเช่นเดียวกัน ข้อว่า "นิโรธ สมาปนฺนานํ" ย่อมไม่ได้ในคำว่า "ยสฺส ยตฺถ"
[๑๐๕๐] กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
ถูกแล้ว.
กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
ถูกแล้ว.
วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
ถูกแล้ว.
[๑๐๕๑] กายสังขารเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ.
แม้คำว่า ยตฺถ ในภูมิใด เป็นเช่นเดียวกันทุกบท.
[๑๐๕๒] กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่ วจีสังขารเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารเกิดขึ้นแล้ว และวจีสังขารก็ เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ.