ทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ใน อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
[๑๑๐๐] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้น.
ถูกแล้ว.
[๑๑๐๑] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นและจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ใน ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก และไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมี วิตกและมีวิจาร แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักไม่ เกิดขึ้นและวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมี วิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
[๑๑๐๒] กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น หรือ?