จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ จากรูปาวจรภูมิย่อมดับไป แต่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ จากกามาวจรภูมิ ย่อมดับไป และฆานายตนะก็เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นย่อมดับไป.
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังจุติ อยู่จากกามาวจรภูมิเคยดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่จากกามาวจรภูมิ เคยดับแล้ว และจักขายตนะก็จักดับไป.
[๕๙๐] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ย่อมดับ ไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ย่อมดับไป และรูปายตนะก็เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นย่อมดับไป.
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลัง จุติอยู่จากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นใน ภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ เคย ดับไปแล้ว และจักขายตนะก็ย่อมดับไป.
[๕๙๑] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ย่อมดับ ไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ นอกนี้ย่อมดับไป และมนายตนะก็เคยดับไปแล้ว.
หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว จักขายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้นย่อมดับไป.