หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดจักดับไป ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งปวงซึ่งกำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ใน ปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไป แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้น แก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้น คือ สัตว์ทั้งปวงซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ ใน อุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล จักดับไป และทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๐๐๓] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ พระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิต และแก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะ แห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์ เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลัง เกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล และมัคคสัจก็จักดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใด จักดับไป ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่ง อรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด ของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และของสัตว์ เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะ แห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ จักดับไป แต่ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรค และของสัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้ เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล จักดับไป และทุกขสัจ ก็ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๐๐๔] สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
สมุทัยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น คือ ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค แก่สัตว์ เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ สมุทยสัจ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค แก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่ง ตัณหา และมัคคสัจก็จักดับไป.