มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ จักไม่ดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นใน ภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และ ฆานายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
[๖๔๙] ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมดซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลัง จุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะ ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป และ ธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป.
ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ จักไม่ดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ จักไม่ดับไป และฆานายตนะก็ย่อม ไม่ดับไป.
[๖๕๐] รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์ เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไป และมนายตนะก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมิ นั้น ย่อมไม่ดับไป.
มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลัง จุติจากอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป