หรือว่า มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่ สัตว์นั้นในภูมินั้น?
มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย และแก่ปุถุชนที่จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค แก่สัตว์ที่เกิดในอบาย แต่ สมุทยสัจไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจจักไม่เกิดขึ้น และ สมุทยสัจก็จักไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.
อุปาทวาร จบ.
นิโรธวาร
[๙๑๙] ทุกขสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป สมุทยสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งตัณหาวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล ย่อมดับไป แต่สมุทยสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์ เหล่านั้นย่อมดับไป และสมุทยสัจก็ย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งตัณหา.
หรือว่า สมุทยสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป?
ถูกแล้ว.
[๙๒๐] ทุกขสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ?
ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งมัคควิปปยุตตจิต ใน ปวัตติกาล ย่อมดับไป แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไป และมัคคสัจก็ย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งมรรค ในปัญจโวการภูมิ.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป ทุกขสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไป?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งมรรค ในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจ ของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปและทุกขสัจก็ย่อมดับไป ในภังคขณะแห่งมรรค ในปัญจโวการภูมิ.
[๙๒๑] สมุทยสัจของสัตว์ใดย่อมดับไป มัคคสัจของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ?
หามิได้.