หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
ถูกแล้ว.
[๑๒๑๓] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารของสัตว์นั้น จักไม่ ดับไปหรือ?
วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ แห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต และ จิตตสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด จักไม่ดับไป วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ นั้น?
ถูกแล้ว.
[๑๒๑๔] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.
[๑๒๑๕] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ในภูมิใด วจีสังขารของสัตว์นั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามา วจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะ ปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ ผู้เกิดในอรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขาร ของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้น ลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ผู้เข้าจตุตฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์ และ วจีสังขารก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด จักดับไป กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่ สัตว์นั้น ในภูมินั้น?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะแห่ง ลมอัสสาสะปัสสาสะ จักไม่ดับไป แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น