ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชา นุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผ็้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ย่อม ไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดอวิชชานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใดไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ มานานุสัย จากที่นั้น?
ถูกแล้ว.
[๑๔๗๘] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด รู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย จากที่นั้น?
ถูกแล้ว ฯลฯ.
[๑๔๗๙] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคล ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี ความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้น นั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนด รู้ในวิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคล ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิกิจฉานุสัย และไม่ กำหนดภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่ กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘ นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นย่อมไม่