จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ไม่มีจักขุที่กำลังจุติอยู่ ย่อม ไม่ดับไป แต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และโสตายตนะก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป.
โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิและของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิ แล้วจักปรินิพพาน ที่กำลังจุติอยู่ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ จักไม่ ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
[๖๓๔] จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้นจักไม่ดับไป หรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ ดับไป และฆานายตนะก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป.
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ และของสัตว์ซึ่ง เข้าถึงรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แล้วจักปรินิพพานที่กำลังจุติอยู่จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของ สัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อม ไม่ดับไป.
[๖๓๕] จักขายตนะของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป หรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังจุติอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ในอรูปภูมิ ย่อมไม่ดับไป และรูปายตนะก็จักไม่ดับไป.