ไม่กลัว ถึงความเป็นผู้องอาจอยู่ ใคร ๆ ในโลกนี้ ฯ ล ฯ ทักท้วงเรา ในข้อที่ว่า เมื่อท่านปฏิญาณว่าเป็นขีณาสพ อาสวะเหล่านี้ของท่านก็ยัง ไม่สิ้นแล้ว ฯ ล ฯ ธรรมที่ท่านกล่าวว่า ทำอันตราย ก็ไม่อาจทำอันตราย แก่ผู้เสพได้จริง ฯ ล ฯ ธรรมที่ท่านแสดงเพื่อประโยชน์แก่ผู้ใด ก็ไม่นำ ผู้นั้น ซึ่งปฏิบัติตามธรรมนั้น ให้สิ้นทุกข์โดยชอบได้จริง. ฯลฯ เรา เมื่อไม่เห็นนิมิตนั้น จึงเป็นผู้ถึงความเกษม ถึงความไม่กลัว ถึงความ เป็นผู้องอาจอยู่ ดังนี้. บทว่า อาสภณฺานํ ได้แก่ฐานะอันประเสริฐ สุด ฐานะอันสูงสุด หรือฐานะของพระพุทธเจ้าทั้งหลายองค์ก่อน ๆ ผู้ ประเสริฐ อธิบายว่า ฐานะของพระพุทธเจ้าเหล่านั้น. อีกนัยหนึ่ง จ่าฝูงโค ๑๐๐ ตัว ชื่อว่า อุสภะ จ่าฝูงโค ๑,๐๐๐ ตัว ชื่อว่า วสภะ. หรือว่า หัวหน้าโค ๑๐๐ คอก ชื่อว่า อุสภะ. หัวหน้าโค ๑,๐๐๐ คอก ชื่อว่า วสภะ. โคที่ประเสริฐสุดกว่าโคทุกตัว ทนอันตรายได้ทุกอย่าง สีขาว น่าเลื่อมใส นำภาระของหนักได้มาก พึงไม่สะดุ้งหวั่นไหว แม้ เพราะเสียงฟ้าผ่าตั้ง ๑๐๐ ครั้ง ชื่อว่า นิสภะ. โคนิสภะนั้น ท่านหมาย
เอาว่าอุสภะ. จริงอยู่ คำนี้ เป็นคำเรียกโคอุสภะนั้นโดยปริยาย ฐานะนี้
เป็นของโคอุสภะ เหตุนั้น จึงชื่อว่า อาสภะ. บทว่า านํ ได้แก่กำหนด กระทืบแผ่นดินด้วยเท้าทั้ง ๔ แต่ในที่นี้ เป็นดั่งโคอาสภะ. เหตุนั้น จึงชื่อว่าอาสภะ เหมือนอย่างว่า โคอุสภะ กล่าวคือโคนิสภะ ประกอบด้วย อุสภพละ กำลังโคอุสภะ กระทืบแผ่นดินด้วยเท้าทั้ง ๔ ยืนหยัดด้วยฐานะ ที่ไม่หวั่นไหว ฉันใด แม้พระตถาคต ทรงประกอบด้วยตถาคตพละ กำลังพระตถาคต ทรงกระทืบแผ่นดิน คือบริษัท ๘ ด้วยพระบาท คือ เวสารัชญาณ ๔ ไม่ทรงหวั่นไหวด้วยศัตรู หมู่อมิตรไร ๆ ในโลก ทั้ง