สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๖ · หน้า ๒๙๕ · ข้อ 234
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

กิเลสมากนานัปการเป็นต้นให้เกิด. จริงอยู่ ท่านกล่าวคำนี้ไว้ว่า ชื่อว่า

ปุถุชน เพราะยังกิเลสหนาให้เกิด. ข้อความทั้งปวงนั้น ควรทำให้พิสดาร. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าปุถุชน เพราะหยั่งลงภายในของพวกชนจำนวนมาก คือนับไม่ได้ หันหลังให้อริยธรรม ประพฤติธรรมต่ำ อีกอย่างหนึ่ง ผู้นี้ ชื่อว่าปุถุ เพราะถึงการนับไว้แผนกหนึ่งทีเดียว ชื่อว่าชน เพราะแยกจาก พระอริยเจ้าผู้ประกอบด้วยคุณมีศีลและสุตะเป็นต้น ฉะนั้น จึงชื่อว่าปุถุชน. ด้วยบททั้งสอง คือ อสุตวา ปุถุชฺชโน ดังกล่าวแล้วนี้นั้น ท่านถือเอา อันธปุถุชน ในจำนวนปุถุชน ๒ จำพวกที่พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ พระอาทิตย์ตรัสไว้ว่า ปุถุชนมี ๒ จำพวก คืออันธปุถุชน ๑ กัลยาณ- ปุถุชน ๑. ด้วยบทว่า อิมสฺมึ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงกายที่เห็น

ประจักษ์อยู่ในปัจจุบัน. บทว่า จาตุมฺมหาภูติกสฺมึ แปลว่า ในกายอัน

เป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตรูป ๔. อธิบายว่า บังเกิดแต่มหาภูตรูป ๔ ชื่อ ว่าสำเร็จแต่มหาภูตรูป ๔. บทว่า นิพฺพินฺเทยฺย แปลว่า พึงหน่าย. บทว่า วิรชฺเชยฺย. แปลว่า ไม่พึงยินดี. บทว่า วิมุจฺเจยฺย แปลว่า พึง

เป็นผู้ใคร่จะพ้น. บทว่า อาจโย แปลว่า ความเจริญ. บทว่า อปจโย

แปลว่า ความเสื่อม. บทว่า อาทานํ แปลว่า การบังเกิด. บทว่า นิกฺเขปนํ แปลว่า ความแตกสลาย.

บทว่า ตสฺมา ได้แก่ เพราะเหตุที่มหาภูตรูป ๔ เหล่านี้ ย่อม ปรากฏ เพราะมีความเจริญ ความเสื่อม ความบังเกิด และความแตก

สลาย. อธิบายว่า เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำรูปที่

มิได้ประกอบ (ในการ) เพื่อกำหนดรูปในกายอันเป็นที่ประชุมแห่งมหา- ภูตรูป ๔ แล้วทรงกระทำรูปที่ประกอบแล้วในกาย เพื่อกำหนดว่า ไม่มี