[๕๕๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลมชื่อว่าเวรัมภาพอยู่ในอากาศ เบื้องบน ซัดนกที่บินอยู่ในอากาศนั้น เมื่อมันถูกลมเวรัมภาซัด เท้าไป ทางหนึ่ง ปีกไปทางหนึ่ง ศีรษะไปทางหนึ่ง ตัวไปทางหนึ่ง ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน อันลาภสักการะ และความสรรเสริญครอบงำย่ำจิตแล้ว เวลาเช้านุ่งแล้ว ถือบาตรจีวร เข้าไปบิณฑบาตยังบ้านหรือนิคม ไม่รักษากาย วาจา จิต ไม่ดำรงสติ ไม่สำรวมอินทรี เธอเห็นมาตุคามที่นุ่งห่มผ้าลับ ๆ ล่อ ๆ ในบ้านหรือ นิคมนั้น ครั้นเห็นแล้ว ราคะย่อมครอบงำจิต เธอมีจิตอันราคะครอบงำ แล้ว ย่อมลาสิกขาสึกออกมา ภิกษุพวกหนึ่งเอาจีวรของเธอไป พวกหนึ่ง เอาบาตร พวกหนึ่งเอาผ้านิสิทนะ. พวกหนึ่งเอากล่องเข็ม เปรียบดังนก ถูกลมเวรัมภาซัดไปฉะนั้น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและความ สรรเสริญ ทารุณ ฯ ล ฯ อย่างนี้แล เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ.
จบเวรัมภสูตรที่ ๙
อรรถกถาเวรัมภสูตรที่ ๙
พึงทราบวินิจฉัยในเวรัมภสูตรที่ ๙ ดังต่อไปนี้.
บทว่า เวรมฺภวาตา ได้แก่ ลมใหญ่มีชื่ออย่างนี้. ถามว่า ก็ลม
เหล่านั้นพัดในที่เช่นไร. ตอบว่า บุคคลยืนอยู่ในที่ใด เกาะทั้ง ๔
ปรากฏเป็นเพียงใบบัว. บทว่า โย ปกฺขี คจฺฉติ ความว่า เมื่อฝนตก
ใหม่ นกแอ่นลมร้องไปในที่นั้น นั่นท่านหมายถึงข้อนั้น จึงกล่าว. ในบทเป็นต้นว่า อรกฺขิเตเนว กาเยน ความว่า แกว่งมือและเท้าเล่น หรือเอียงคอ ชื่อว่าไม่รักษากาย. พูดคำหยาบหลาย ๆ อย่าง ชื่อว่า