เป็นต้น เป็นอันมาก ถวายด้วยคิดว่า สิ่งนี้สมควรแก่พระเถระผู้บวชนาน สิ่งนี้สมควรแก่ภิกษุผู้พหูสูต สิ่งนี้สมควรแก่ภิกษุผู้อาพาธ สิ่งนี้จงมีแก่ ภิกษุมีลาภน้อย ดังนี้ แล้วเก็บจีวรเก่าของภิกษุเหล่านั้น ก็หรือเก็บผ้าที่ เปื้อนจากกองหยากเยื่อเป็นต้น เอาผ้าเหล่านั้นทำสังฆาฏิใช้ ก็ชื่อว่า
เป็นผู้สันโดษ. นี้ชื่อว่า ยถาสารุปปสันโดษในจีวรของเธอ.
ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ได้บิณฑบาตเศร้าหมองบ้าง ประณีตบ้าง. เธอยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยบิณฑบาตนั้นเท่านั้น ไม่ปรารถนาบิณฑบาต อื่น ถึงจะได้ก็ไม่รับ. นี้ชื่อว่า ยถาลาภสันโดษในบิณฑบาตของเธอ. ส่วนภิกษุใด ได้บิณฑบาตผิดธรรมดา หรือแสดงต่อความเจ็บไข้ของตน. ภิกษุนั้น ฉันบิณฑบาตนั้นไม่มีความผาสุก. เธอถวายบิณฑบาตนั้นแก่ ภิกษุผู้ชอบพอกันเสีย ฉันโภชนะเป็นที่สบายจากมือของภิกษุนั้น ทำ สมณธรรม ก็ชื่อว่าเป็นผู้สันโดษ. นี้ชื่อว่า ยลาพลสันโดษในบิณฑ-
บาตของเธอ. ภิกษุอีกรูปหนึ่ง ได้บิณฑบาตที่ประณีตเป็นอันมาก. เธอ
ถวายแก่ภิกษุผู้บวชนาน ผู้พหูสูต ผู้มีลาภน้อย และผู้อาพาธ เหมือนถวาย จีวรนั้น ฉันอาหารที่เหลือของภิกษุเหล่านั้น หรืออาหารที่เที่ยวบิณฑบาต
แล้วสำรวม. ก็ชื่อว่าเป็นผู้สันโดษ. นี้ชื่อว่า ยถาสารุปปสันโดษใน
บิณฑบาตของเธอ.
ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ได้เสนาสนะ น่าชอบใจบ้าง ไม่น่าชอบใจ
บ้าง. เธอเกิดความพอใจ ไม่เสียใจด้วยเสนาสนะนั้นแล ยินดีตามที่ได้
โดยที่สุดแม้ลาดด้วยหญ้า. นี้ชื่อว่า ยถาลาภสันโดษในเสนาสนะของเธอ.
ส่วนภิกษุใดได้เสนาสนะที่ผิด หรือไม่ถูกกับความเจ็บไข้ของตน เมื่อเธอ
อยู่ก็ไม่มีความผาสุก. ภิกษุนั้น ถวายเสนาสนะนั้นแก่ภิกษุผู้ชอบพอกัน