พรหมจรรย์ถูกอุปัทวะนั้นเบียดเบียน. บทว่า อภิวานา คือ ปรารถนา
เกินประมาณ. บทว่า พฺรหฺมจาราภิวาเนน ความว่า โดยความเป็นปัจจัย ๔
กล่าวคือความปรารถนาเกินประมาณของพวกผู้ประพฤติพรหมจรรย์.
จบอรรถกถาโอวาทสูตรที่ ๘
๘. ฌานาภิญญาสูตร
ว่าด้วยการปฏิบัติตนให้เข้าถึงฌาน
[๔๙๗] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย. . . แล้วได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราหวัง
สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม แล้วเข้าถึงปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวก อยู่ได้เท่าใด แม้กัสสปก็หวังสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม แล้วเข้าถึงปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุข อันเกิดแต่วิเวก อยู่ได้เท่านั้นเหมือนกัน.
[๔๙๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราหวังเข้าถึงทุติยฌาน มีความ ผ่องใสแห่งจิตในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตกวิจารสงบไป มีปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิ อยู่ได้เท่าใด แม้ กัสสปก็หวังเข้าถึงทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน เป็นธรรม เอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เพราะวิตก วิจารสงบไป มีปีติและสุข อันเกิดแต่สมาธิ อยู่ได้เท่านั้นเหมือนกัน.
[๔๙๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราหวังเป็นผู้มีอุเบกขา มีสติ