สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๖ · หน้า ๓๖๐ · ข้อ 272
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ฟังตามเขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฏฐิ ท่านมุสิละมีญาณเฉพาะตัวท่านว่า ภพดับ เป็นนิพพานหรือ.

ม. ดูก่อนท่านปวิฏฐะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟัง

ตามเขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฏฐิ ผมย่อมรู้ ย่อมเห็น อย่างนี้ว่า ภพดับ เป็นนิพพาน.

ป. ถ้าอย่างนั้น ท่านมุสิละ ก็เป็นพระอรหันตขีณาสพ.

เมื่อพระปวิฏฐะกล่าวอย่างนี้แล้ว ท่านมุสิละได้นิ่งอยู่.

[๒๗๒] ครั้งนั้นแล ท่านพระนารทะได้กล่าวกะท่านปวิฏฐะว่า สาธุท่านปวิฏฐะ ผมพึงได้ปัญหานั้น ท่านจงถามปัญหาอย่างนั้น ผม จะแก้ปัญหานั้นแก่ท่าน ท่านปวิฏฐะกล่าวว่า ท่านนารทะได้ปัญหานั้น ผมขอถามปัญหานั้นกะท่านนารทะ และขอท่านนารทะจงแก้ปัญหานั้น แก่ผม ดูก่อนท่านนารทะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟังตาม เขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฏฐิ ท่าน นารทะมีญาณเฉพาะตัวท่านว่า เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชราและมรณะ ดังนี้หรือ.

นา. ท่านปวิฏฐะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟังตามเขา

มา ความตรึกไปตามอาการ การตนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฏฐิ ผม ย่อมรู้ ย่อมเห็น อย่างนี้ว่า เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชราและมรณะ.

ป. ท่านนารทะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟังตามเขา

มา การตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฏฐิ ท่าน นารทะมีญาณเฉพาะตัวท่านว่า เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ ฯ ล ฯ เพราะ อวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร ดังนี้หรือ.