ก็ในคำนี้ พระสารีบุตรเถระอาจนำนัยในอดีตและอนาคตไปด้วยสัจธรรม ๔ บ้าง ด้วยมรรคญาณธรรมบ้าง. ก็เมื่ออริยสัจ ๔ ก็ดี มรรคญาณก็ดี อันตนแทงตลอดแล้ว หลังจากนั้น ปัจจเวกขณญาณย่อมมี. พึงทราบ อธิบายว่า นำนัยไปด้วยปัจจเวกขณญาณนั้น. บทว่า อพฺภญฺึสุ แปลว่า
ได้รู้แล้ว. คือ ทราบแล้ว. ข้อว่า "เสยฺยถาปิหํ เอตรหิ เหมือนอย่าง
ที่เรารู้ในบัดนี้ " คือเหมือนอย่างเรารู้ด้วยยอำนาจอริยสัจ ๔ ในบัดนี้. บทว่า อนฺวเย าณํ ได้แก่ความรู้ในธรรมอันเหมาะสม คือ ความรู้
ในอันติดตามญาณในธรรม. คำว่า อนวยญาณ นี้ เป็นชื่อของปัจจ-
เวกขณญาณ. ข้อว่า "ธมฺเม าณํ ได้แก่มรรคญาณ." เสขภูมิของ
พระขีณาสพ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วในพระสูตรนี้ ด้วยประการ ฉะนี้.
จบอรรถกถาปฐมญาณวัตถุสูตรที่ ๓
๔. ทุติยญาณวัตถุสูตร
ว่าด้วยการแสดงญาณวัตถุ ๗๗ แก่ภิกษุ
[๑๒๖] พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัส ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงญาณวัตถุ ๗๗ แก่เธอทั้งหลาย เธอ ทั้งหลายจงตั้งใจฟังญาณวัตถุนั้น จงใส่ใจให้ดีเถิด เราจักกล่าว ภิกษุ เหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว.
[๑๒๗] พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ญาณ วัตถุ ๗๗ เป็นไฉน. ญาณวัตถุ ๗๗ นั้น คือความรู้ว่า เพราะชาติเป็น