สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๖ · หน้า ๔๗๙ · ข้อ 398
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

สภาพที่ชื่อว่า พยาบาท เพราะอรรถว่า ยังประโยชน์สุขให้ถึง

ความพินาศ. พยาบาทนั้น มีลักษณะประทุษร้ายใจเพื่อความพินาศของ

ผู้อื่น ชื่อว่ามีโทษน้อย และมีโทษมาก เหมือนผรุสวาจา.

พยาบาทนั้น มีองค์ ๒ คือ สัตว์อื่น ๑ คิดความพินาศเพื่อ สัตว์นั้น ๑. ก็เมื่อความโกรธ ซึ่งมีสัตว์อื่นเป็นที่ตั้ง แม้เกิดขึ้นแล้ว วิปันนจิตตบุคคลยังไม่คิดความพินาศเพื่อสัตว์นั้นว่า ไฉนหนอ สัตว์นี้ พึงขาดสูญพินาศไปตราบใด กรรมบถถ็ยังไม่ขาดตราบนั้น.

ธรรมชาติ ชื่อว่า มิจฉาทิฐิ เพราะอรรถว่า เห็นผิด เพราะ

ไม่ถือเอาตามความเป็นจริง. มิจฉาทิฏฐินั้นมีลักษณะเห็นผิด โดยนัย

เป็นต้นว่า ทานที่ให้แล้วไม่มีผล ชื่อว่ามีโทษน้อย แต่มีโทษมาก

เหมือนสัมผัปปลาปะ. อีกอย่างหนึ่ง มิจฉาทิฏฐิที่ยังไม่ถึง ชื่อว่ามีโทษ

น้อย. ที่ถึง ชื่อว่ามีโทษมาก.

มิจฉาทิฏฐินั้น มี องค์ ๒ คือ ความที่วัตถุวิปริตจากอาการที่ ถือเอา ๑ ความปรากฏแห่งมิจฉาทิฏฐินั้น โดยที่ยึดเอาวัตถุนั้นว่าเป็น จริง ๑.

ก็พึงทราบวินิจฉัยอกุศลกรรมบถ ๑๐ เหล่านี้ โดยอาการ ๕ คือ โดยธรรม โดยโกฏฐาส โดยอารมณ์ โดยเวทนา โดยมูล.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ธมฺมโต ความว่า ก็ในอกุศลกรรมบถ เหล่านั้น มีเจตนาธรรม๗ อย่างตามลำดับ. อกุศลกรรมบถมีอภิชฌาเป็นต้น

สัมปยุตด้วยเจตนา. บทว่า โกฏฺาสโต ความว่า ธรรม ๘ อย่างเหล่านี้

คือ เจตนาธรรม ๗ ตามลำดับ และมิจฉาทิฏฐิเป็นกรรมบถอย่างเดียว ไม่เป็นมูล อภิชฌาและพยาบาท เป็นกรรมบถด้วย เป็นมูลด้วย. ความจริง