ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวกมิจฉาวายามะ พวกมิจฉาสติ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวกมิจฉาสติ พวกมิจฉาสมาธิ ย่อม คบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวกมิจฉาสมาธิ พวกมิจฉาญาณะ ย่อม คบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวกมิจฉาญาณะ พวกมิจฉาวิมุตติ ย่อม คบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวกมิจฉาวิมุตติ.
[๔๐๒] พวกสัมมาทิฏฐิ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวก สัมมาทิฏฐิ พวกสัมมาสังกัปปะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวก สัมมาสังกัปปะ พวกสัมมาวาจา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวก สัมมาวาจา พวกสัมมากัมมันตะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวก สัมมากัมมันตะ พวกสัมมาอาชีวะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาอาชีวะ พวกสัมมาวายามะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาวายามะ พวกสัมมาสติ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาสติ พวกสัมมาสมาธิ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาสมาธิ พวกสัมมาญาณะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาญาณะ พวกสัมมาวิมุตติ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับ พวกสัมมาวิมุตติ.
จบ ทสังคิกสูตรที่ ๗
อรรถกถาทสังคิกสูตรที่ ๗
ทสังคิกสูตรที่ ๗ ท่านกล่าวไว้ด้วยอำนาจมิจฉัตตะ ๑๐ และสัมมัตตะ
๑๐. ในบทเหล่านั้น บทว่า มิจฺฉาาณิโน ความว่า ผู้ประกอบด้วยความรู้
ผิดและการพิจารณาผิด. บทว่า มิจฺฉาวิมุตฺติโน ได้แก่พวกที่ยังไม่หลุด