สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๖ · หน้า ๔๗ · ข้อ 27
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

อะไรดับ เวทนาจึงดับ. เมื่อผัสสะไม่มี เวทนาจึงไม่มี. เพราะผัสสะดับ

เวทนาจึงดับ. . . เมื่ออะไรหนอไม่มี ผัสสะจึงไม่มี. เพราะอะไรดับ ผัสสะ

จึงดับ. เมื่อสฬายตนะไม่มี ผัสสะจึงไม่มี. เพราะสฬายตนะดับ ผัสสะ

จึงดับ. . . เมื่ออะไรหนอไม่มี สฬายตนะจึงไม่มี. เพราะอะไรดับ

สฬายตนะจึงดับ. เมื่อนามรูปไม่มี สฬายตนะจึงไม่มี. เพราะนามรูปดับ

สฬายตนะจึงดับ. . . เมื่ออะไรหนอไม่มี นามรูปจึงไม่มี. เพราะอะไรดับ

นามรูปจึงดับ. เมื่อวิญญาณไม่มี นามรูปจึงไม่มี. เพราะวิญญาณดับ

นามรูปจึงดับ. . . เมื่ออะไรหนอไม่มี วิญญาณจึงไม่มี. เพราะอะไรดับ

วิญญาณจึงดับ. เมื่อสังขารไม่มี วิญญาณจึงไม่มี. เพราะสังขารดับ

วิญญาณจึงดับ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรานั้นได้มีความปริวิตกดังนี้ว่า

เมื่ออะไรหนอไม่มี สังขารจึงไม่มี. เพราะอะไรดับ สังขารจึงดับ. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรานั้น เพราะกระทำไว้ในใจโดยแยบคายจึงได้รู้ ด้วยปัญญาว่า เมื่ออวิชชาไม่มี สังขารจึงไม่มี. เพราะอวิชชาดับ สังขาร

จึงดับ. ก็เพราะอวิชชาดับ สังขารจึงดับ. เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ. . .

ดังพรรณนามาฉะนี้ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการ

อย่างนี้. ดูกรภิกษุทั้งหลาย จักษุ ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง

ได้บังเกิดขึ้นแก่เราในธรรมที่ไม่เคยได้ฟังมาก่อนว่า ฝ่ายข้างดับ ฝ่ายข้าง ดับ ดังนี้.

จบมหาศักยมุนีโคตมสูตรที่ ๑๐

จบพุทธวรรคที่ ๑