ในคำว่า ภูตานํ วา สตฺตานํ นี้ มีอรรถว่า ประมวลกันเข้า เพราะ เหตุนั้น พึงทราบเนื้อความดังนี้ว่า ภูตานํ จ สมฺภเวสีนํ จ สัตว์ ผู้เกิดแล้ว และสัตว์ผู้แสวงหาภพ.
บทว่า ิติยา ได้แก่เพื่อความตั้งอยู่. บทว่า อนุคฺคหาย ได้แก่
เพื่อความอนุเคราะห์. นี้เป็นเพียงความแตกต่างแห่งถ้อยคำเท่านั้น ส่วน
เนื้อความ (ความหมาย ) ของบทแม้ทั้ง ๒ นั้น ก็เป็นอย่างเดียวกัน
นั่นเอง. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ิติยา ได้แก่ไม่ขาดสายเพราะธรรม
ที่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น ๆ ยังตามผูกพันอยู่. บทว่า อนุคฺคหาย ได้เเก่
เพื่อการเกิดขึ้นแห่งธรรมที่ยังไม่เกิด. บททั้ง ๒ นี้ พึงเห็นในที่ทั้ง ๒
อย่างนี้ว่า ภูตานํ วา ิติยา เจว อนุคฺคหาย จ สมฺภเวสีนํ ฐิติยา เจว อนุคฺคหาย จ (เพื่อความดำรงและเพื่ออนุเคราะห์ภูตทั้งหลาย หรือเพื่อความดำรงและเพื่อนุเคราะห์สัมภเวสีทั้งหลาย).
อาหารที่ทำเป็นคำกลืนกิน ชื่อว่า กพฬีการาหาร. คำว่า กพฬีการาหาร นั้น เป็นชื่อของโอชามีข้าวสุกและขนมกุมมาสเป็นต้น เป็นที่ตั้ง.
บทว่า โอฬาริโก วา สุขุโม วา ได้แก่ ชื่อว่าหยาบ เพราะ
มีวัตถุหยาบ. ชื่อว่าละเอียด เพราะมีวัตถุละเอียด. กพฬีการาหาร
ชื่อว่าละเอียด เพราะนับเนื่องในสุขุมรูป รูปละเอียดตามสภาพ. พึง ทราบว่า อาหารนั้นหยาบและละเอียดโดยวัตถุ เพราะเทียบเคียงกับอาหาร
ของจระเข้. เขาว่า จระเข้กินก้อนหิน. ก็ก้อนหินเหล่านั้นพอเข้าไป
ในท้องของมัน ก็ย่อยละเอียด. นกยูงกินสัตว์ต่าง ๆ มีงู และแมลงป่อง
เป็นต้น. แต่เมื่อเทียบกับอาหารของนกยูง อาหารของหมาในละเอียดกว่า.