สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๖ · หน้า ๔๘๒ · ข้อ 398
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เจ้าได้กระต่ายแล้วหรือ จึงบอกความเป็นไปนั้น. ดังนั้น พี่ชายจึงด่านาย

จักกนะนั้น. เขาไปหามารดายืนกล่าวคำสัจว่า แต่กาลที่ข้าพเจ้าเกิดแล้ว

ยังไม่รู้สึกว่าปลงสัตว์จากชีวิต. ทันทีนั่นเอง มารดาของเขาก็ได้เป็นผู้

หายจากโรคแล้ว.

ส่วนวิรัติซึ่งเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้สมาทานสิกขาบทแล้ว ยอมสละชีวิต ของตน ทั้งในเวลาสมาทานสิกขาบท ทั้งในเวลาอื่นจากนั้น ไม่ก้าวล่วง วัตถุอยู่ พึงทราบว่า สมาทานวิรัติ เหมือนวิรัติที่เกิดขึ้นแก่อุบาสก ชาวบ้านใกล้ภูเขาอุตตรวัฑฒมานะฉะนั้น.

ได้ยินว่า อุบาสกนั้น รับสิกขาบทในสำนักของพระปิงคลพุทธ- รักขิตเถระผู้อยู่ในอัมพริยวิหารแล้ว ไถนาอยู่. ครั้นนั้น โคของเขาหายไป. เขาเมื่อแสวงหาโคนั้น ได้ขึ้นไปยังภูเขาชื่อว่าอุตตรวัฑฒมานะ. งูใหญ่บน

ภูเขานั้นได้รัดเขาไว้. เขาคิดว่า จะตัดศีรษะด้วยมีดอันคมเล่มนี้ คิดอีกว่า

ข้อที่เรารับสิกขาบทในสำนักของครูผู้น่าสรรเสริญแล้วพึงทำลายเสีย หาสม-

ควรแก่เราไม่. ครั้นคิดอยู่อย่างนี้ จนถึง ๓ ครั้ง ตัดสินใจว่า เราจะยอม

สละชีพ จะไม่ยอมสละสิกขาบท แล้วทิ้งพร้าโต้อันคมที่แบกอยู่บนบ่า เสียในป่า งูใหญ่ได้คลายออกไปให้ทันทีนั้นเหมือนกัน.

แม้ความคิดว่า เราจักฆ่าสัตว์ดังนี้ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่พระอริยบุคคล ทั้งหลาย จำเดิมแต่การเกิดขึ้นแห่งวิรัติใด วิรัตินั้น สัมปยุตด้วยอริยมรรค พึงทราบว่า สมุจเฉทวิรัติ.

พึงทราบวินิจฉัยแห่งกุศลกรรมบถแม้เหล่านี้ โดยอาการ ๕ คือ โดยธรรม โดยโกฏฐาส โดยอารมณ์ โดยเวทนา โดยมูล เหมือน อกุศลฉะนั้น.