แต่ไกลเทียว แล้วตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า กุลบุตรนี้ย่อมงามด้วยสมบัติ ๒ อย่าง คือมีรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส ประกอบด้วยผิวพรรณอันงาม ยิ่งนัก และกระทำให้แจ้งซึ่งที่สุดแห่งพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยม ซึ่งกุลบุตร ทั้งหลายออกบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการนั้น ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วย ตนเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่.
[๗๐๒] พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยา- กรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า
ภิกษุนี้ย่อมงามด้วยใจอันซื่อตรงหนอ เป็นผู้หลุดพ้น
เป็นผู้พราก เป็นผู้ดับ เพราะไม่ถือมั่น ชำนะมาร
พร้อมทั้งพาหนะได้แล้ว ย่อมทรงไว้ซึ่งอัตภาพมีใน
ที่สุด ดังนี้.
จบสุชาตสูตรที่ ๕
อรรถกถาสุชาตสูตรที่ ๕
ในสุชาตสูตรที่ ๕ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า อภิรูโป ได้แก่ มีรูปงามล้ำรูปอื่น ๆ. บทว่า ทสฺสนีโย ได้แก่ ควรทัศนา. บทว่า ปาสาทิโก ได้แก่ สามารถที่จะให้ใจแจ่มใสใน
การดู. บทว่า วณฺณโปกฺขรตาย ได้แก่ด้วยความเป็นผู้มีผิวพรรณงาม.