(โอชัฏฐมกรูป) ด้วยอำนาจรูปที่มีวัตถุ. โอชัฏฐมกรูปถูกกระทบในที่ไหน.
กระทบที่ชิวหาประสาท. ชิวหาประสาทอาศัยอะไร. อาศัยมหาภูตรูป ๔.
รูปมีโอชาเป็นที่ ๘ ชิวหาประสาท มหาภูตรูป อันเป็นปัจจัยแห่งชิวหา ประสาทนั้น ธรรมเหล่านี้ ดังว่ามานี้ ชื่อว่ารูปขันธ์ เมื่อภิกษุกำหนด รูปขันธ์ ธรรมอันมีผัสสะเป็นที่ ๕ ที่เกิดขึ้น ชื่อว่าอรูปขันธ์ ๔. ธรรม แม้ทั้งหมดเหล่านี้ ชื่อว่าขันธ์ ๕ โดยสังเขป ย่อมเป็นเพียงนามรูป. ภิกษุนั้นครั้นกำหนดธรรมเหล่านั้น โดยลักษณะพร้อมด้วยกิจแล้วแสวงหา ปัจจัยของธรรมเหล่านั้น ย่อมเห็นปฏิจจสมุปบาทอันเป็นอนุโลม. ด้วย อันดับคำเพียงเท่านี้ เป็นอันภิกษุนั้นกำหนดรู้กพฬีการาหาร ด้วยญาติ- ปริญญา เพราะเห็นนามรูปพร้อมด้วยปัจจัยโดยมุขคือกพฬีกิราหารตาม ความเป็นจริง เธอยกนามรูปพร้อมด้วยปัจจัยนั้นนั่นแลขึ้นสู่ลักษณะ ๓ ว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา แล้วพิจารณาเห็นด้วยอนุปัสสนา ๗. ด้วย อันดับคำเพียงเท่านี้ เป็นอันเธอกำหนดรู้กพฬีการาหารนั้น กล่าวคือ ญาณเป็นเครื่องแทงตลอดและพิจารณาเห็นไตรลักษณ์ ด้วยตีรณปริญญา. ก็กวฬีการาหารนั้น เป็นอันเธอกำหนดรู้ด้วยปหานปริญญา เพราะกำหนด รู้ด้วยอนาคามิมรรค อันคร่าเสียซึ่งฉันทราคะในนามรูปนั้นเอง.
บทว่า ปญฺจกามคุณิโก เป็นอันเธอกำหนดรู้การเกิดแห่งกามคุณ ๕. แต่ในที่นี้ ปริญญา ๓ ได้แก่ เอกปริญญา สัพพปริญญา มูลปริญญา.
ถามว่า เอกปริญญาเป็นไฉน.
แก้ว่า ภิกษุใดกำหนดรู้ตัณหามีรสเป็นอันเดียวในชิวหาทวาร ภิกษุ นั้น ชื่อว่าเป็นอันกำหนดราคะอันเป็นไปในกามคุณ ๕. เพราะเหตุไร.