ม. ท่านปวิฏฐะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟังตามเขา
มา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฏฐิ ผมย่อมรู้ ย่อมเห็นอย่างนี้ว่า เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร.
[๒๗๐] ป. ดูก่อนท่านมุสิละ อนึ่ง เว้นจากความเชื่อ ความ พอใจ การมีญาณเฉพาะตัวว่า เพราะชาติดับ ชราและมรณะจึงดับ ดังนี้หรือ.
ม. ดูก่อนท่านปวิฏฐะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟัง
ตามเขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฏฐิ ผมย่อมรู้ ย่อมเห็น อย่างนี้ว่า เพราะชาติดับ ชราและมรณะจึงดับ.
ป. ดูก่อนท่านมุสิละ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟังตาม
เขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฏฐิ ท่าน มุสิละมีญาณเฉพาะตัวท่าน เพราะภพดับ ชาติจึงดับ ฯ ล ฯ เพราะ อุปาทานดับ ภพจึงดับ. . . เพราะตัณหาดับ อุปาทานจึงดับ. . . เพราะ เวทนาดับ ตัณหาจึงดับ. . . เพราะผัสสะดับ เวทนาจึงดับ. . . เพราะ สฬายตนะดับ ผัสสะจึงดับ. . . เพราะนามรูปดับ สฬายตนะจึงดับ. . . เพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ. . . เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ. . . เพราะอวิชชาดับ สังขารจึงดับ ดังนี้หรือ.
ม. ดูก่อนท่านปวิฏฐะ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การฟัง
ตามเขามา ความตรึกไปตามอาการ การทนต่อความเพ่งพินิจด้วยทิฏฐิ ผมย่อมรู้ ย่อมเห็น อย่างนี้ว่า เพราะอวิชชาดับ สังขารจึงดับ.
[๒๗๑] ป. ดูก่อนท่านมุสิละ เว้นจากความเชื่อ ความพอใจ การ