สันถวะที่ทำมานานประมาณแสนกัป ทำลายลงในวันนี้. พระผู้เป็นเจ้า ชื่อว่าเป็นทักษิณา ทางเบื้องขวาย่อมควรแก่พระผู้เป็นเจ้า. ดิฉันชื่อว่า เป็นมาตุคามเป็นฝ่ายซ้าย ทางเบื้องซ้ายย่อมควรแก่ดิฉัน ดังนี้ ไหว้แล้ว
เดินไปสู่ทาง. ในเวลาที่คนทั้งสองแยกจากกัน มหาปฐพีนี้ครืนครั่นสั่น
สะเทือนดุจกล่าวว่า เราแม้สามารถจะทรงเขาในจักรวาลและเขาสิเนรุไว้ได้
ก็ไม่สามารถจะทรงคุณของท่านทั้งสองไว้ได้. ย่อมเป็นไปดุจเสียงสายฟ้า
บนอากาศ. ภูเขาจักรวาลบันลือสั่น.
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับนั่ง ณ พระคันธกุฎีใกล้มหาวิหาร เวฬุวัน ทรงสดับเสียงแผ่นดินไหว ทรงพระรำพึงว่า แผ่นดินไหวเพื่อ ใครหนอ ทรงทราบว่า ปิปผลิมาณพและนางภัททกาปิลานี สละสมบัติ
มากมายอุทิศเรา. การไหวของเผ่นดินนี้ เกิดด้วยกำลังคุณของคนทั้งสอง
ในที่ที่เขาจากกัน แม้เราก็ควรทำการสงเคราะห์แก่เขาทั้งสอง จึงเสด็จ ออกจากพระคันธกุฎี ทรงถือบาตรและจีวรด้วยพระองค์เอง ไม่ทรง ปรึกษาใคร ๆ ในบรรดามหาเถระ ๘๐ ทรงกระทำการต้อนรับประมาณ ๓ คาวุต ประทับนั่งขัดสมาธิ ณ โคนต้นพหุปุตตกนิโครธ ในระหว่าง
กรุงราชคฤห์และกรุงนาลันทา. ก็เมื่อประทับนั่ง มิได้ประทับนั่งเหมือน
ภิกษุผู้ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตรรูปใดรูปหนึ่ง ทรงถือเพศแห่งพระพุทธเจ้า ประทับนั่งเปล่งพระพุทธรัศมีเป็นลำสู่ที่ประมาณ ๘๐ ศอก. . ในขณะนั้น พระพุทธรัศมีประมาณเท่าใบไม้ ร่ม ล้อเกวียน และเรือนยอดเป็นต้น แผ่ซ่านส่ายไปข้างโน้นข้างนี้ ปรากฏการณ์ดุจเวลาพระจันทร์และพระ- อาทิตย์ขึ้นพันดวง ได้กระทำบริเวณป่าใหญ่ให้แสงสว่างเป็นอันเดียวกัน ด้วยประการฉะนี้.