นิทเทสในคัมภีร์วิสุทธิมรรค. พึงบริโภคอาหารเปรียบด้วยเนื้อลูกทีเดียว
ด้วยอำนาจความปฏิกูล ๙ อย่างเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้.
สองสามีภรรยานั้นเมื่อเคี้ยวกินเนื้อลูกรักซึ่งเป็นของปฏิกูล มิได้ เคี้ยวกินด้วยความยินดีติดใจ แต่ตั้งอยู่ในภาวะกลาง ๆ นั่นเอง คือใน การบริโภคโดยไม่มีความพอใจและยินดี เคี้ยวกินแล้ว ฉันใด พึง บริโภคอาหารโดยไม่มีความพอใจและยินดี ฉันนั้น.
เหมือนอย่างว่า สองสามีภรรยานั้นจะได้เอาเนื้อที่ติดกระดูกเอ็นและ หนังออก เคี้ยวกินแต่เนื้อที่ล่ำ ๆ คือเนื้อที่ดี ๆ เท่านั้นก็หาไม่ แต่เคี้ยว กินเนื้อที่หยิบถึงเท่านั้น ฉันใด ภิกษุไม่พึงใช้หลังมือเขี่ยข้าวแห้งและกับข้าว แข็งเป็นต้นออก ไม่แสดงความเจาะจง ดุจนกกระจาบและดุจไก่มิได้ เลือกเฉพาะโภชนะที่ดีซึ่งผสมเนยใสและเนื้อเป็นต้นแต่ที่นั้น ๆ บริโภค พึงบริโภคตามลำดับดุจราชสีห์ ฉันนั้น. เหมือนอย่างว่า สองสามีภรรยา นั้น มิได้เคี้ยวกินตามที่ต้องการจนล้นคอหอย แต่เคี้ยวกินทีละน้อย ๆ พอยังชีพให้เป็นไปในวันหนึ่ง ๆ เท่านั้น ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้น ไม่บริโภค ตามที่ต้องการจนเรอ ดุจพวกพราหมณ์ที่มีอาหารอยู่ในมือเป็นต้นบางคน เว้นโอกาสสำหรับคำข้าว ๔-๕ คำไว้แล้วบริโภคดุจพระธรรมเสนาบดี.
เล่ากันว่า พระธรรมเสนาบดีเถระนั้นดำรง (ความเป็นภิกษุ) อยู่ ๕ พรรษา กล่าวว่า แม้วันหนึ่งเราก็มิได้ฉันอาหารจนสำรอกออก มาเป็นรสเปรี้ยวภายหลังฉันอาหาร ดังนี้ เมื่อบันลือสีหนาทได้กล่าวคาถา นี้ว่า
ภิกษุงดฉันคำข้าว ๔-๕ คำ พึงดื่มน้ำ พอที่จะ
อยู่อย่างสบายสำหรับภิกษุผู้มีใจเด็ดเดี่ยว.