สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๖ · หน้า ๒๓ · ข้อ 18
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ฉันนั้น เมื่อทรงแสดงเทศนาอย่างพิสดาร ทรงนำ เทศนาตั้งแต่ชรามรณะอันเป็นยอดแห่งปฏิจจสมุปบาท จนถึงอวิชชาบท ซึ่งเป็นรากเหง้า แสดงวัฏกถาและวิวัฏกถาซ้ำอีกให้จบลงแล้ว.

ในคำนั้น พึงทราบวินิจฉัยเนื้อความแห่งชราและมรณะเป็นต้นโดย วิตถารเทศนา ดังต่อไปนี้ :- พึงทราบวินิจฉัยในชรามรณนิเทศก่อน. ศัพท์ว่า เตสํ เตสํ นี้ โดยย่อพึงทราบว่าเป็นศัพท์แสดงความหมายทั่ว

ไปแก่เหล่าสัตว์เป็นอันมาก. จริงอยู่ เมื่อบุคคลกล่าวอยู่แม้ตลอดวันหนึ่ง

อย่างนี้ว่า ชรามาถึงพระเทวทัต ชรามาถึงพระโสมทัต สัตว์ทั้งหลาย ย่อมไม่ถึงความแก่รอบทีเดียว แต่ด้วย ๒ บทนี้ สัตว์อะไร ๆ ที่ชื่อว่า ไม่ถูกชรามรณะครอบงำหามีไม่ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ศัพท์ว่า เตสํ เตสํ นี้ ว่าโดยย่อเป็นศัพท์แสดงความทั่วไปแก่หมู่สัตว์เป็นอันมาก

ดังนี้. ศัพท์ว่า ตมฺหิ ตมฺหิ นี้ เป็นศัพท์แสดงความหมายทั่วไปแก่

หมู่สัตว์จำนวนมาก โกยจัดตามคติและชาติ. คำว่า สตฺตนิกาเย เป็น คำแสดงโดยสรุป ถึงความที่ท่านแสดงไว้แล้วในสาธารณนิเทศ. ก็ศัพท์ว่า ชรา ในคำว่า ชรา ชีรณตา เป็นตัน เป็นศัพท์แสดงสภาวธรรม. ศัพท์ว่า ชีรณตา เป็นศัพท์แสดงอาการ. ศัพท์ว่า ขณฺฑิจฺจํ เป็นต้น

เป็นศัพท์แสดงกิจในการล่วงกาล. ศัพท์ ๒ ศัพท์สุดท้ายเป็นศัพท์แสดง

ความปกติ ก็ด้วยบทว่า ชรา นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงชรา

แม้โดยความเป็นสภาวธรรม. เพราะเหตุนั้น ศัพท์ว่า ชรา นี้ จึงเป็น

ศัพท์แสดงสภาวธรรมแห่งชรานั้น. ด้วยคำว่า ชีรณตา นี้ ทรงแสดง

โดยอาการ. เพราะเหตุนั้น ศัพท์ว่า ชรา นี้ จึงเป็นศัพท์แสดงอาการ

ของชรานั้น. ด้วยบทว่า ขณฺฑิจฺจํ นี้ ทรงแสดงโดยกิจคือภาวะที่ฟัน