ได้ตกไปเสียแล้ว ส่วนนอกนี้ เรียกว่า สงสาร เพราะขันธ์ธาตุและ อายตนะยังเป็นไปตามลำดับไม่ขาดสาย หมู่สัตว์ย่อมไม่ล่วงพ้น คือไม่ ก้าวล่วงทุกข์แม้ทั้งหมดนั้น โดยที่แท้ หมู่สัตว์ถือเอาอยู่ซึ่งจุติ และ ปฏิสนธิบ่อย ๆ อย่างนี้คือ จากจุติ ก็ถือปฏิสนธิ จากปฏิสนธิ ก็ถือ เอาจุติ จึงต้องหมุนไปในภพ ๓ ในกำเนิด ๔ ในคติ ๕ ในวิญญาณ- ฐิติ ๗ ในสัตตาวาส ๙ เหมือนเรือที่ถูกลมพัดไปในมหาสมุทร และ เหมือนโคเทียมด้วยเครื่องยนต์ฉะนั้น.
พระผู้มีพระภาคเจ้า ไม่ทรงรุกรานท่านพระอานนท์ จึงตรัส
ข้อความนี้ทั้งหมดด้วยประการฉะนี้. คำที่เหลือในพระสูตรนี้ มีนัยดัง
กล่าวแล้วแล.