สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๖ · หน้า ๕๙ · ข้อ 30
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

มีรับสั่งให้ลงอาชญากรรมต่าง ๆ. คนเหล่านั้นเมื่อกายแตกทุคติก็เป็นอัน

หวังได้. ภัยในปัจจุบันก็ดี ในภพหน้าก็ดี. ซึ่งมีความยินดีในผัสสะเป็น

มูลเหตุ ย่อมมาพร้อมกันได้ทั้งหมดด้วยประการฉะนี้. เพราะเหตุนี้ การเข้าไปหาผัสสาหารนั่นแล พึงทราบว่าเป็นภัย.

ก็เพราะประมวลกุศลกรรมและอกุศลกรรม ภัยในภพทั้ง ๓ ซึ่งมีกุศลกรรมและอกุศลกรรมเป็นต้นมูล จึงมาพร้อมกันทั้งหมด. ด้วย เหตุนี้ การประมวลมาในมโนสัญเจตนาหารนั่นแล พึงทราบว่าเป็นภัย.

ส่วนปฏิสนธิวิญญาณ ตกไปในที่ใด ๆ ก็ย่อมถือเอาปฏิสนธินามรูป ไปเกิดในที่นั้น ๆ. เมื่อปฏิสนธินามรูปเกิดแล้ว ภัยทุกอย่างก็ย่อมเกิด ตามมาด้วย เพราะมีปฏิสนธินามรูปนั้นเป็นมูล ด้วยประการฉะนี้. เพราะเหตุนี้ ความตกไปในวิญญาณาหารนั่นแล พึงทราบว่าเป็นภัย ดังพรรณนามาฉะนี้.

พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า กึนิทานา ดังต่อไปนี้ :- นิทานะ (เหตุเกิด) ทั้งปวงเป็นไวพจน์ของการณะ (เหตุ) ย่อมมอบผลให้ คล้ายจะมอบให้ว่า เชิญรับสิ่งนั้นเถิด เพราะเหตุนั้น ท่านจึงเรียกว่า นิทานะ.. เพราะเหตุที่ผลผุดคือเกิด ได้แก่เกิดก่อนแต่เหตุนั้น เพราะ- ฉะนั้น ท่านจึงเรียกว่า สมุทโย ชาติปภโว ดังนี้.

ก็ในข้อนี้มีเนื้อความเฉพาะบทดังต่อไปนี้ :- อะไรเป็นแดนมอบ ให้แห่งเหตุเหล่านั้น เหตุนั้นจึงชื่อว่า กึนิทานา. อะไรเป็นแดนก่อให้ เกิดแห่งเหตุเหล่านั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า กึสมุทยา. อะไรเป็นแดน เกิดแห่งเหตุเหล่านั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า กึชาติยา. อะไรเป็นแดน เกิดก่อนแห่งเหตุเหล่านั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า กึปภวา. ก็เพราะ