สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๖ · หน้า ๔๒ · ข้อ 24
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

อื่นจึงคิดว่า ชะรอยว่าที่ทำไปแล้วอย่างนี้ จักเป็นการวินิจฉัยคดีที่ไม่ชอบ. จึงทำผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ให้เป็นเข้าของทรัพย์อีก เมื่อทดลองว่ากุมารจะรู้

หรือหนอจึงทำอย่างนี้. จึงทำเจ้าของทรัพย์ให้ไม่เป็นเจ้าของทรัพย์อีก.

ครั้งนั้นพระราชาทรงดำริว่า พระมหาบุรุษคงจะรู้ ตั้งแต่นั้นมาจึง

เป็นผู้ไม่สะเพร่า. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า กุมาร

ใคร่ครวญแล้วใคร่ครวญเล่า จึงรู้คดีเพราะเหตุนั้นแล ภิกษุทั้งหลาย พระกุมารนั้นจึงเกิดพระนามโดยประมาณยิ่งว่า วิปัสสี นั้นแล.

บทว่า ภควโต แปลว่า ผู้ถึงพร้อมด้วยภาคยะ. บทว่า อรหโต ได้แก่ผู้มีพระนามอันเกิดขึ้นโดยคุณอย่างนี้ว่า ชื่อว่า อรหา เพราะ กำจัดกิเลสเพียงดังข้าศึกมีราคะเป็นต้นเสียได้ เพราะทรงหักกำแห่งสังสาร- จักร หรือเพราะเป็นผู้ควรแก่ปัจจัยทั้งหลาย. บทว่า สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ได้แก่ผู้ตรัสรู้สัจจะ ๔ โดยความเพียรของบุรุษ โดยพระองค์เอง เฉพาะ พระองค์ โดยชอบ โดยนัย โดยเหตุ. บทว่า ปุพฺเพว สมฺโพธา ความว่า ญาณในมรรค ๔ ท่านเรียกว่า สัมโพธะ ตรัสรู้พร้อม, ก่อนแต่

การตรัสรู้นั้นแล. บทว่า โพธิ ในคำว่า โพธิสตฺตสฺเสว สโต นี้

ได้แก่ญาณ, สัตว์ผู้ตรัสรู้ ชื่อว่าโพธิสัตว์ อธิบายว่า ผู้มีญาณ คือผู้มี ปัญญา ชื่อว่าบัณฑิต. จริงอยู่ สัตว์นั้น เป็นบัณฑิต จำเดิมแต่ทรงมี อภินิหาร แทบบาทมูลแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ไม่ใช่อันธพาล เพราะ- ฉะนั้น จึงชื่อว่า พระโพธิสัตว์ อนึ่ง ชื่อว่าโพธิสัตว์ แม้เพราะเป็นสัตว์ ผู้จะเบิกบาน โดยอรรถวิเคราะห์ว่า บำเพ็ญพระบารมี แล้วจักเบิกบาน โดยหาอันตรายมิได้อย่างแน่นอน เพราะได้คำพยากรณ์ในสำนักของพระ- พุทธเจ้าทั้งหลาย เปรียบเหมือนดอกปทุม ที่โผล่ขึ้นจากน้ำตั้งอยู่ แก่ได้