สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๖ · หน้า ๓๘๔ · ข้อ 304
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ด้วยสักว่าปัญญาเท่านั้น. ถามว่า เพราะเหตุไร ภิกษุเหล่านั้นจึงกล่าวอย่างนี้

ว่า อาชาเนยฺยาสิ วา ตฺวํ อาวุโส สุสิม น วา ตฺวํ อาชาเนยฺยาสิ

ดังนี้. เพราะเล่ากันมาว่า ภิกษุเหล่านั้นได้มีความคิดอย่างนี้ว่า พวกเรา

ไม่สามารถจะยึดอัธยาศัยของสุสิมภิกษุนี้กล่าวได้ สุสิมภิกษุนี้ถามพระทศพล อีก จึงจักหมดความสงสัย. บทว่า ธมฺมฏฺิติาณํ ได้แก่วิปัสสนาญาณ.

วิปัสสนาญาณนั้นเกิดขึ้นก่อน. บทว่า นิพฺพาเน าณํ ได้แก่มรรคญาณ

ที่เป็นไปในที่สุดแห่งวิปัสสนาที่เคยประพฤติ. มรรคญาณนั้นเกิดขึ้นภายหลัง

ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสอย่างนั้น.

ถามว่า เพราะเหตุไร ท่านจึงกล่าวว่า อาชาเนยฺยาสิ วา เป็นต้น.

แก้ว่า เพื่อแสดงการเกิดขึ้นแห่งญาณอย่างนี้แม้เว้นสมาธิ. ความจริง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอธิบายไว้ดังนี้ว่า ดูก่อนสุสิมะ มรรคก็ตาม ผล ก็ตาม ไม่ใช่เป็นผลของสมาธิ ไม่ใช่เป็นอานิสงส์ของสมาธิ ไม่ใช่เป็น ความสำเร็จของสมาธิ แต่มรรคหรือผลนี้ เป็นผลของวิปัสสนา เป็น อานิสงส์ของวิปัสสนา เป็นความสำเร็จของวิปัสสนา ฉะนั้น ท่านจะรู้ก็ตาม ไม่รู้ก็ตาม ที่แท้ธัมมัฏฐิติญาณเป็นญาณในเบื้องต้น ญาณในพระนิพพาน เป็นญาณภายหลัง.

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบว่า ท่านสุสิมะนั้นควรจะแทง ตลอด เมื่อทรงแสดงพระธรรมเทศนาเรื่องไตรลักษณ์ จึงตรัสว่า ตํ กึ มญฺสิ สุสิม รูปํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วา ดูก่อนสุสิมะ เธอจะสำคัญ ความข้อนั้นเป็นไฉน รูปเที่ยงหรือไม่เที่ยง ดังนี้เป็นต้น. ก็ในเวลาจบ เทศนาเรื่องไตรลักษณ์ พระเถระบรรลุพระอรหัต. บัดนี้ พระผู้มี พระภาคเจ้าเมื่อจะทรงยกขึ้นซึ่งความพยายามของพระเถระนั้น จึงตรัสว่า