อธิบายว่า ปราศจากผ้าเก่า. ธรรมนี้ก็เป็นเช่นนั้น [ปราศจากสมณะ ดุจผ้าเก่าหรือผ้าขี้ริ้ว]. เหมือนอย่างว่า บุรุษได้ผ้า ๔ ศอกมา ทำการ กำหนด กะ ชักไปทางโน้นทางนี้ ย่อมลำบาก ฉันใด เหล่านักบวชใน ลัทธิภายนอก [พระพุทธศาสนา] ก็ฉันนั้น กะกำหนดธรรมอันน้อย ๆ ของตนไว้ว่า เมื่อสิ่งนี้เป็นอย่างนี้ สิ่งนี้ก็จักเป็นอย่างนี้ เมื่อจะขยายหรือ
เพิ่มย่อมลำบาก. อนึ่ง บุรุษกะกำหนดด้วยผ้าขนาด ๘ ศอก ๙ ศอก
ย่อมนุ่งห่มได้ตามชอบใจ ไม่ลำบากเลย ไม่มีกิจที่บุรุษจะต้องชักผ้ามา ขยายหรือเพิ่มในผ้านั้น ฉันใด ไม่มีกิจที่กุลบุตรผู้บวชด้วยยศรัทธาจะต้อง กะกำหนดจำแนกธรรมทั้งหลาย แม้ในธรรมนี้ ก็ฉันนั้น. พระผู้มี พระภาคเจ้าทรงหมายถึงข้อแม้นี้ว่า ธรรมนี้เราจำแนกไว้ดีแล้ว ขยาย กว้างดีแล้ว ด้วยเหตุนั้นๆ จึงตรัสว่า ฉินฺนปิโลติโก ธรรมที่ปราศจาก สมณะดุจผ้าขี้ริ้ว ดังนี้. อนึ่ง แม้หยากเยื่อ ท่านก็เรียกว่า ปิโลติกะ. ขึ้นชื่อว่าสมณะหยากเยื่อ ย่อมจะดำรงอยู่ในพระศาสนานี้ไม่ได้. ด้วย เหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า
การณฺฑวํ นิทฺธมถ กสมฺพุํ อปกสฺสถ
ตโต ปลาเป วาเหถ อสมเณ สมณมานิเน
นิทฺธมิตฺวาน ปาปิจฺเฉ ปาปอาจารโคจเร
สุทฺธาสุทฺเธหิ สํวาสํ กปฺปยวฺโห ปติสฺสตา
ตโต สมคฺค นิปกา ทุกฺสฺสนฺตํ กริสฺสถ.
พวกเธอจงกำจัดสมณะหยากเยื่อ ขับไล่สมณะ
ขยะ ลอยสมณะแต่เปลือก ผู้ไม่เป็นสมณะ แต่
สำคัญตัวว่าเป็นสมณะ ครั้นกำจัดสมณะผู้มีความ