เรื่องเห็นปานนั้น ผู้มีความต้องการพึงตรวจดูอรรถกถาพระวินัย ชื่อ สมันตปาสาทิกาเถิด.
การถือเอาสิ่งของที่เขาไม่ได้ให้ ชื่อว่า อทินนาทาน มีอธิบายว่า ลักขโมยของผู้อื่น เป็นกิริยาของโจร. ในบทเหล่านั้น บทว่า อทินฺนํ แปลว่า พัสดุที่ผู้อื่นหวงแหน. เจตนาเป็นขโมยของบุคคลผู้มีความสำคัญ ในพัสดุอันผู้อื่นหวงแหนนั้น ว่าเป็นพัสดุอันผู้อื่นหวงแหนแล้ว ซึ่งใช้คน อื่นให้ทำตามความต้องการยังไม่มีโทษทางอาชญา คือยังไม่มีใครกล่าว โทษเพราะยังความพยายามเป็นเหตุถือเอาพัสดุที่ผู้อื่นหวงแหนนั้นให้ตั้งขึ้น ก็ชื่อว่า อทินนาทาน. อทินนาทานนั้น ชื่อว่ามีโทษน้อย ในเพราะ ของ ๆ ผู้อื่นเลว. ชื่อว่ามีโทษมาก ในเพราะของ ๆ ผู้อื่นประณีต.
เพราะเหตุไร. เพราะพัสดุประณีต. เมื่อพัสดุเสมอกัน ชื่อว่ามีโทษมาก
เพราะเป็นของ ๆ บุคคลผู้ยิ่งด้วยคุณ ชื่อว่ามีโทษน้อย ในเพราะเป็น ของ ๆ บุคคลผู้มีคุณเลวกว่าบุคคลผู้ยิ่งด้วยคุณนั้น เพราะเทียบกับบุคคล ผู้ยิ่งด้วยคุณนั้น ๆ.
อทินนาทานนั้น มีองค์ ๕ คือ พัสดุอันผู้อื่นหวงแหน ๑ ความ เป็นผู้มีความสำคัญว่าเป็นของอันผู้อื่นหวงแหน ๑ จิตคิดจะลัก ๑ ความ พยายาม ๑ ลักมาได้ด้วยความพยายามนั้น ๑
ประโยคมี ๖ มีสาหัตถิกะเป็นต้น ก็แลประโยคเหล่านั้น เป็นไป แล้วด้วยอำนาจแห่งอวหารเหล่านี้ตามสมควร คือ เถยยาวหาร ลัก ๑ ปสัยหาวหาร ข่มขู่ ๑ ปฏิจฉันนาวหาร ลักซ่อน ๑ ปริกัปปาวหาร กำหนดลัก ๑ กุสาวหาร ลักสับ ๑ นี้เป็นความสังเขปในข้อนี้ ส่วน ความพิสดาร ท่านกล่าวไว้แล้วในสมันตปาสาทิกา.