สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๖ · หน้า ๗๕ · ข้อ 44
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ความผูกพันกันด้วยอุบาย อุปาทาน และอภินิเวส ชื่อว่า อุปายุ- ปาทานาภินิเวสวินิพันโธ ในบทเหล่านั้น บทว่า อุปาทาย๑ได้แก่อุบายมี ๒ อย่าง คือ ตัณหาอุบาย และทิฏฐิอุบาย. นัยแม้ในอุปาทาน เป็นต้น

ก็เหมือนกันนี้. ก็ตัณหาและทิฏฐิ ท่านเรียกว่า อุบาย เพราะเข้าถึง

คือเข้าไปถึงธรรมอันเป็นไปในภูมิ ๓ โดยอาการเป็นต้นว่า เรา ว่า

ของเรา. อนึ่ง ท่านว่า อุปาทาน และอภินิเวส เพราะถือมั่นและยึดมั่น

ธรรมเหล่านั้น. ก็โลกนี้ ถูกตัณหาและทิฏฐิเหล่านั้นผูกพันไว้ เพราะ

เหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อุปาขุปาทานาภินิเวสวินิพนฺโธ.

บทว่า ตญฺจายํ ได้แก่ก่พระอริยสาวกนี้เข้าไปยึดถืออุบายและ

อุปาทานนั้น. บทว่า เจตโส อธิฏฺานํ ได้แก่เป็นที่ตั้งมั่นแห่งจิต.

บทว่า อภินิเวสานุสยํ ได้แก่อันเป็นอภินิเวสและอนุสัย. เพราะ อกุศลจิตย่อมตั้งอยู่ในตัณหาและทิฏฐิ และตัณหาและทิฏฐิก็ตั้งมั่น และ นอนเนื่องในอกุศลจิตนั้น เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวธรรมทั้งสอง ประการนั้นว่า เป็นที่ตั้งมั่นและเป็นที่ยึดมั่นและนอนเนื่องแห่งจิต. บทว่า น อุเปตี ได้แก่ไม่เข้าถึง. บทว่า น อุปาทิยติ ได้แก่ไม่ยึดถือ. บทว่า นาธิฏฺาติ ได้แก่ไม่ตั้งมั่นว่า อะไรเป็นตัวตนของเรา. บทว่า ทุกฺขเมว ได้แก่เพียงอุปาทานขันธ์ ๕ เท่านั้น. บทว่า น กงฺขติ ได้แก่ ไม่ทำความสงสัยว่า ความทุกข์นั่นแล ย่อมเกิดขึ้น ความทุกข์

ย่อมดับไป. ขึ้นชื่อว่า สัตว์อื่นในโลกนี้ไม่มี. บทว่า น วิจิกิจฺฉติ

ได้แก่ไม่ให้ความลังเลใจเกิดขึ้น.

บทว่า อปรปฺปจฺจยา ได้แก่เพราะผู้อื่นไม่ทำให้บรรลุ ความรู้

ประจักษ์เฉพาะตัวเท่านั้นของผู้นี้มีอยู่ในข้อนี้. ด้วยบทว่า เอตฺตาวตา

๑. พม่า เป็น อุปย แปลว่า ความยึดถือ