เป็นกามธาตุ ชื่อว่า แยกกัน เพราะธาตุทั้งสองเหล่านั้นมาแล้วแผนกหนึ่ง. ในข้อนี้ ควรถือเอาถ้อยคำนี้. ชื่อว่า กามสัญญา ย่อมเกิดขึ้น เพราะอาศัย กามธาตุนี้ ด้วยอำนาจแห่งอารมณ์ หรือด้วยอำนาจการประกอบพร้อม (สัมปโยค). บทว่า กามสญฺํ ปฏิจฺจ ความว่า ชื่อว่า ความดำริในกาม ย่อมเกิดขึ้นเพราะอาศัยกามสัญญา ด้วยอำนาจประกอบพร้อม (สัมปโยค)
หรือด้วยอำนาจอุปนิสสยปัจจัย. เนื้อความในบททั้งปวง ก็พึงทราบโดยนัย
นี้แล.
บทว่า ตีหิ าเนหิ แปลว่า ด้วยเหตุ ๓ อย่าง. บทว่า มิจฺฉา ปฏิปชฺชติ ความว่า ดำเนินตามปฏิปทาที่ไม่เป็นจริง คือข้อปฏิบัติที่ไม่
นำออกจากทุกข์. ในบทว่า พฺยาปาทธาตุํ ภิกฺขเว นี้ พยาบาทวิตกก็ดี
พยาบาทก็ดี เป็นพยาบาทธาตุ ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ใน ธรรมเหล่านั้น พยาบาทธาตุเป็นไฉน ความตรึก ความวิตก ประกอบ ด้วยพยาบาท ฯ ล ฯ นี้ท่านเรียกว่า พยาบาทธาตุ. ความอาฆาต ความ โกรธตอบ ความโกรธ ความโกรธเคือง ของจิตในอาฆาตวัตถุ ๑๐ ฯ ล ฯ ความที่จิตไม่พอใจ น ท่านเรียกว่า พยาบาทธา ุ. ชื่อพ า.บาทสั ญา ย่อมเกิดขึ้นเพราะอาลัยพยาบาทธาตุนี้ ด้วยอำนาจสหชาติปัจจัยเป็นต้น. คำที่เหลือ พึงทราบโดยนัยก่อนแล.
ในบทว่า วิหึสาธาตุํ ภิกฺขเว นี้ วิหิงสาวิตกก็ดี วิหิงสาก็ดี เป็นวิหิงสาธาตุ ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ในธรรมเหล่านั้น
วิหิงสาธาตุเป็นไฉน. ความตรึก ความวิตก ที่ประกอบด้วยวิหิงสา ฯ ล ฯ
นี้ท่านเรียกว่า วิหิงสาธาตุ. บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมเบียดเบียนสัตว์ ด้วยฝ่ามือบ้าง ด้วยก้อนดินบ้าง ด้วยท่อนไม้บ้าง ด้วยศัสตราบ้าง ด้วย