สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๖ · หน้า ๔๓๘ · ข้อ 363
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อมบัญญัติ ย่อมแต่งตั้ง ย่อมเปิดเผย ย่อมจำแนก ย่อมทำให้ตื้น ซึ่งธรรมที่ปานกลาง เรากล่าวว่า อุปบัติของบุคคลที่ปาน กลางนั้น เป็นปานกลาง ดูก่อนกัจจานะ สัญญาที่ประณีต ทิฏฐิที่ประณีต วิตกที่ประณีต เจตนาที่ประณีต ความปรารถนาที่ประณีต ความตั้งใจ ที่ประณีต บุคคลที่ประณีต วาจาที่ประณีต บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยธาตุ ที่ประณีต บุคคลที่ประณีตนั้น ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อมบัญญัติ ย่อม แต่งตั้ง ย่อมเปิดเผย ย่อมจำแนก ย่อมทำให้ตื้น ซึ่งธรรมที่ประณีต เรากล่าวว่า อุปบัติของบุคคลที่ประณีตนั้น ย่อมประณีต.

จบคิญชกาวสถสูตรที่ ๓

อรรถกถาคิญชกาวสถสูตรที่ ๓

พึงทราบวินิจฉัยในคิญชกาวสถสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้.

บทว่า ธาตุํ ภิกฺขเว ท่านแสดงว่า ธาตุคืออัธยาศัยจำเดิมแต่นี้. บทว่า อุปฺปชฺชติ สญฺา ความว่า สัญญา ย่อมเกิดขึ้น อัธยาศัย ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น วิตก ย่อมเกิดขึ้น เพราะอาศัย. แม้ในที่นี้ พระผู้มี- พระภาคเจ้า ทรงจบเทศนาด้วยคำมีประมาณเท่านี้ เพื่อให้โอกาสแก่ กัจจานะนั้นด้วยพระดำริว่า กัจจานะจักถามปัญหา ดังนี้. บทว่า อสมฺมา- สมฺพุทเธสุ ได้แก่ ในครูทั้งหก. บทว่า สมฺมาสมฺพุทฺธา ความว่า เราเป็น พระสัมมาสัมพุทธะ เราเป็นพระสัมมาสัมพุทธะ. บทว่า กึ ปฏิจฺจ ปญฺายติ กัจจานะถามทิฏฐิที่เกิดขึ้นแก่ครูทั้งหลายว่า เมื่ออะไรมี ทิฏฐิจึงมี จึงถามทิฏฐิแม้ของสาวกเดียรถีย์ ที่เกิดขึ้นอย่างนี้ว่า พระ- สัมมาสัมพุทธเหล่านั้น ในบุคคลที่มิใช่พระสัมมาสัมพุทธะ.