ขุททกนิกาย มหานิทเทส
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๕ · หน้า ๑๐๗ · ข้อ 29
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บทว่า อายตนโลเก ได้แก่ อายตนะ ๑๒ นั้นแล ชื่อว่า โลก

ด้วยเหตุมีอายตนะเป็นต้น. ทั้งหมดชื่อว่าโลก ด้วยอรรถว่า สลาย. ตัณหา

ชื่อว่า วิสัตติกา เพราะอรรถว่า แล่นไป ซ่านไป ในโลกมีประการ ดังกล่าวแล้ว.

บทว่า สโต ความว่า ชื่อว่า เป็นผู้มีสติ เพราะอรรถว่า ระลึก

ได้. ท่านกล่าวสติโดยเป็นบุคคล สติในบทนั้น มีความระลึกได้เป็น

ลักษณะ. ชื่อว่า สติ เพราะอรรถว่า เป็นเครื่องระลึกได้ของเหล่าสัตว์.

หรือระลึกได้เอง. หรือเพียงระลึกเท่านั้น. ก็สตินี้นั้น มีการทำซ้ำ ๆ เป็น

ลักษณะ, มีความไม่ลืมเป็นรส, มีการรักษาเป็นปัจจุปัฏฐาน หรือมีภาวะ มุ่งอารมณ์เป็นปัจจุปัฏฐาน, มีความจำมั่นเป็นปทัฏฐาน, หรือมีสติ ปัฏฐาน มีกายเป็นต้นเป็นปทัฏฐาน พึงเห็นว่าเหมือนเสาระเนียด เพราะ

ตั้งมั่นในอารมณ์. และเหมือนนายประตู เพราะรักษาจักขุทวารเป็นต้น.

พระสารีบุตรเถระเมื่อแสดงฐานะความเป็นไปของสตินั้น กล่าวสติ- ปัฏฐาน ๔ อย่าง โดยนัยเป็นต้นว่า เมื่อเจริญกายานุปัสสนาสติปัฏฐานใน กาย ชื่อว่าเป็นผู้มีสติ ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กาเย ได้แก่ ในรูปกาย. จริงอยู่ รูป กายท่านประสงค์เอาว่า กาย ด้วยอรรถว่า หมู่แห่งอวัยวะน้อยใหญ่ มี ผมเป็นต้น, และแห่งธรรมทั้งหลาย ดุจหมู่ช้างหมู่รถเป็นต้น. ด้วยอรรถ

ว่าหมู่ฉันใด. ด้วยอรรถว่าประชุมแห่งสิ่งน่าเกลียด ก็ฉันนั้น. ชื่อว่า กาย

เพราะอรรถว่า เป็นที่ประชุมแห่งสิ่งน่าเกลียด ซึ่งน่ารังเกียจอย่างยิ่ง ดังนี้ ก็มี.